E85 พลังงานทางเลือกของรถยนต์ แต่เหตุใดกลับไม่ POP ในเมืองไทย

| | 0 Comments
ประกัน รถยนต์

ประเด็นเรื่องราวของเชื้อเพลิง E85 ถูกหยิบยกมาถกเถียงกันสักพักใหญ่ และในที่สุดแล้วก็ภาครัฐก็สรุปว่าจะไม่ให้การสนับสนุนและเลิกจำหน่ายเชื้อเพลิงชนิดนี้ในอีกไม่ช้าหลังจากพยายามผลักดันกันมาร่วม 10 ปี เหตุผลเนื่องจากว่าน้ำมัน E85 คนไทยไม่ค่อยนิยมใช้ จึงทำให้ยอดขายไม่ดี

จริง ๆ แล้วเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นั้นมีอะไรที่เป็นทางเลือกให้เราเลือกได้อิสระเยอะมาก อย่างเรื่องประกันรถยนต์ก็มีภาคสมัครใจให้เราเลือก เรื่องของพลังงานรถยนต์ก็มีพลังงานทางเลือกที่ดีอย่าง E85 แต่กลับกลายเป็นว่าเชื้อเพลิงชนิดนี้จะต้องหายไปในเร็ว ๆ นี้ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

สถานให้บริการเติมน้ำมันชนิดนี้มีค่อนข้างน้อย

สำหรับน้ำมัน E85 จริง ๆ มีแนวคิดออกมานานมากตั้งแต่ช่วงปีพ.ศ. 2549 แต่มาเป็นรูปธรรมมีการใช้จริงกันก็ในช่วงปี พ.ศ.2551 เพราะต้องรออะไรหลาย ๆ อย่างให้พร้อมเสียก่อน ซึ่งพอมีการประกาศใช้ E85 เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกอีกหนึ่งประเภท ผู้ประกอบการด้านน้ำมันเชื้อเพลิงกลับให้การตอบรับไม่ตรงตามเป้าหมายที่ภาครัฐตั้งไว้ มีผู้ประกอบการที่จำหน่ายน้ำมันแบบนี้เพียงแค่ 3 ราย

ด้านหัวจ่ายน้ำมัน E85 ทั่วประเทศก็มีเพียง 64 แห่งเท่านั้น ด้วยเพราะปั๊มหรือสถานบริการเติมน้ำมันที่มีน้ำมันชนิดนี้มีจำนวนที่น้อย จึงกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้รถไม่เลือกใช้ E85

รถยนต์รุ่นที่ใช้ E85 มีไม่มากนัก

ประการต่อมาในช่วงที่น้ำมัน E85 ออกจำหน่ายในระยะแรก ๆ ในช่วงนั้นตลาดรถยนต์แทบจะยังไม่มีรถยนต์ที่รองรับพลังงานทางเลือกออกมาเลย ที่มีก็เรียกว่าน้อยมากทีเดียว

รถ-ใช้-e85

ผู้ขับขี่ไม่มั่นใจ

ด้วยผู้ใช้รถวิเคราะห์แล้วว่า E85 มีส่วนผสมเป็น

  • เอทานอล 85%
  • เบนซิน 95 อีก 15%

ซึ่งนับว่าเป็นส่วนผสมของน้ำมันที่มีสัดส่วนแตกต่างไปจากเชื้อเพลิงประเภทแก๊สโซฮอล์แบบอื่น จึงทำให้รู้สึกไม่มั่นใจที่จะใช้ เกรงว่าจะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ของรถ และหากจะใช้ก็ต้องนำรถไปปรับแต่งโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งนั่นจะเป็นปัญหาในระยะยาวในเรื่องประกัน รถยนต์ ซึ่งบางทีอาจจะไม่สามารถเคลมตามปกติได้เพราะรถมีการปรับแต่ง

อีกทั้งค่ายรถยักษ์ใหญ่ก็เคยมีการนำเสนอข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับ E85 ที่ส่งผลต่อระบบสมรรถนะของเครื่องยนต์ โดยรถยนต์ที่จะสามารถใช้ E85 ได้อย่างไร้ปัญหาก็จะต้องมีการปรับแต่งจูนเครื่องใหม่แบบพิเศษ แน่นอนว่าทางค่ายรถมักจะออกแบบตรงนี้มาสำหรับรถตัวท็อปราคาแพง ถ้าเป็นรุ่นทั่วไปหากต้องเพิ่มการออกแบบให้รองรับ E85 ด้วย ต้นทุนการผลิตก็จะสูงขึ้น

เมื่อประเมินและดูจากภาพรวม ๆ แล้ว ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจที่จะใช้น้ำมันแบบนี้ เพราะมองว่ามีปัญหาจุกจิกเต็มไปหมด จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนเลี่ยงที่จะใช้น้ำมันแบบนี้นั่นเอง

E85 ทำอัตราการประหยัดได้ไม่ดี

ประการสุดท้าย น้ำมัน E85 สร้างความผิดหวังให้กับผู้ขับขี่หลายคนที่เคยมีประสบการณ์ใช้น้ำมันแบบนี้มาแล้ว แม้ว่าจะเป็นพลังงานทางเลือกที่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่กลับส่งผลเสียต่อเงินในกระเป๋าของผู้ขับขี่ เพราะทุกคนต่างบอกตรงกันว่า น้ำมัน E85 หมดเร็วมาก ต้องเติมน้ำมันบ่อยขึ้น ถี่ขึ้น

นั่นเพราะส่วนผสมของน้ำมันชนิดนี้แตกต่างออกไป ทำให้การให้พลังงานในการขับเคลื่อนรถยนต์ของเชื้อเพลิงชนิดนี้น้อยกว่า น้ำมันประเภทอื่น อัตราการใช้ปริมาณน้ำมันเพื่อให้รถทำความเร็วหรือขับเคลื่อนต่อเนื่องจึงสูงขึ้น นั่นเป็นสาเหตุให้น้ำมันแบบนี้หมดเร็วขึ้นนั่นเอง

เหล่านี้เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ น้ำมัน E85 ไม่ได้รับความนิยมในประเทศไทย อีกส่วนหนึ่งก็มาจากเทคโนโลยีของรถยนต์ที่เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเร็วด้วย ทำให้เทคโนโลยีการพัฒนาเชื้อเพลิงปรับตัวได้ไม่สอดคล้องกัน รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่น  ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์เช่นเรื่องของประกันรถยนต์ เรื่องของอะไหล่และการซ่อมแซมที่ปรับให้สอดรับกันยากด้วย เหล่านี้จึงทำให้ E85 จะต้องหายไปในไม่ช้าไม่นานนี้แน่นอน