เพชร 1 กะรัต น้ำหนักเท่าไหร่ ทำไมราคาจึงต่างกัน

| | 0 Comments
เพชร 1 กะรัต

คุณมีความเข้าใจเรื่องเพชรมากน้อยแค่ไหน สำหรับคนที่กำลังวางแผนจะซื้อเพชร จำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเพชรพอสมควร โดยเฉพาะน้ำหนักของเพชรและราคา รู้หรือไม่ว่าหน่วยของเพชรมีด้วยกันกี่แบบ แต่ละแบบมีน้ำหนักเท่าไหร่ แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมเพชร 1 กะรัต ที่มีน้ำหนักเท่ากัน จึงขายในราคาแตกต่างกันออกไป ราคาของเพชรขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไร วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบพร้อมๆ กัน เพื่อให้คุณได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพชรมากขึ้น

เพชร มีหน่วยวัดแบ่งออกเป็น 2 หน่วย คือ กะรัต และตังหรือสตางค์ ซึ่งเพชร 1 กะรัต มีน้ำหนักเท่ากับ 200 มิลลิกรัม โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง คือ 6.5 มิลลิเมตร ส่วนเพชร 5 ตัง มีน้ำหนักเท่ากับ  10 มิลลิกรัม โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 มิลลิเมตร หรือเรียกว่าเพชร 0.05 กะรัต นั่นเอง ในขณะเดียวกันเพชร 10 ตัง จะมีน้ำหนักเท่ากับ 20 มิลลิกรัม โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.9 มิลิเมตร หรือเรียกว่าเพชร 0.10 กะรัต ดังนั้น กะรัต จึงเป็นหน่วยที่ใช้เรียกเพชรที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คล้ายกับทองคำที่มีหน่วยเรียกเป็นบาท นั่นเอง

แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่าทำเพชรที่มี 1 กะรัต เท่ากัน แต่ราคาไม่เท่ากัน เพชรบางเม็ดมีราคาแพง ในขณะที่เพชรบางเม็ดมีราคาถูกกว่า โดยส่วนใหญ่ราคาของเพชรจะขึ้นอยู่กับคุณภาพและมาตรฐาน ซึ่งถูกจำแนกโดยกฎ 4C ได้แก่ กะรัต สี การเจียระไน และความสะอาด โดยเพชรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน คือ เพชรสีขาวใสบริสุทธิ์ หรือเรียกว่าเพชรน้ำ 100 ที่มีความใสสะอาดในระดับ D Color นอกจากนั้นการเจียระไน ก็ส่งผลทำให้เพชรที่มีน้ำหนัก 1 กะรัต ราคาแตกต่างกันออกไปด้วย อย่างเช่น เพชร 1 กะรัต ที่มีการเจียระไนรูปทรงกลม มักจะมีราคาที่สูงกว่าเพชรรูปทรงอื่นๆ เนื่องจากเพชรกลมสามารถเล่นกับแสงไฟได้ดีกว่าหรือสามารถส่องประกายวิววับ งามตา มองดูแล้วน่าหลงใหล ส่วนในเรื่องของความสะอาด ถูกแบ่งด้วยการส่องกล้องขยาย เพื่อหาดูตำหนิ เพชรที่ไม่มีรอยตำหนิ มีเหลี่ยมคมชัด แม้จะมีน้ำหนัก 1 กะรัต เท่ากัน แต่ราคาย่อมสูงกว่าเพชรที่มีรอยตำหนิ นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เพชร ไม่ได้มีเพียงแค่สีขาว ใส เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายสีสันมากมาย เช่น เพชรสีส้ม สีฟ้า สีเขียว สีชมพู สีแดง ฯลฯ เรียกว่า “เพชรแฟนซี” ซึ่งเพชรสีหรือเพชรแฟนซีจะมีราคาที่สูงกว่าเพชรสีขาวทั่วไป เนื่องจากมีโอกาสพบได้ยากมาก ทั้งหมดนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม เพชร 1 กะรัต เท่ากัน แต่ราคาไม่เท่ากัน นั่นเอง ซึ่งในการซื้อเพชร ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม ควรพิจารณาจากแหล่งขายเพชรี่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น และเพชรจะต้องมีใบเซอร์รับรองจากสถาบันที่มีชื่อเสียงด้วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเป็นเพชรแท้ 100 %